Searching...
Search across industries, solutions, products, events, and blogs
Try searching with different keywords
Stay updated with the latest news, insights, and tips through our blog.
หลายองค์กรลงทุนอย่างมากใน cybersecurity framework, advanced tools และกลยุทธ์ระยะยาว แต่ถึงแม้จะมีการลงทุนเหล่านี้ การเกิด breach ก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ และมักมีจุดเริ่มต้นจากช่องโหว่เล็ก ๆ ที่สามารถป้องกันได้ ซึ่งแฝงอยู่ในกระบวนการทำงานประจำวัน นี่คือจุดที่ daily cyber hygiene เข้ามามีบทบาทสำคัญ daily cyber hygiene ไม่ได้หมายถึงการปรับโครงสร้างความปลอดภัยครั้งใหญ่ แต่คือพฤติกรรมด้านความปลอดภัย การตรวจสอบ และการควบคุมที่ทำอย่างสม่ำเสมอในทุกวัน ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่า environment ขององค์กรจะคงความ resilient หรือค่อย ๆ สะสมความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว ทำไม Cyber Risk มักก่อตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป cyber incident ส่วนใหญ่มักไม่ได้เริ่มต้นจากความล้มเหลวร้ายแรงเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากความผิดพลาดเล็ก ๆ หลายจุดที่สะสมขึ้นโดยไม่มีใครสังเกตเห็น เช่น ระบบที่ไม่ได้ patch บัญชีผู้ใช้ที่ไม่ได้ใช้งาน สิทธิ์การเข้าถึงที่มากเกินความจำเป็น หรือ service ที่ตั้งค่า configuration ผิดพลาด แต่ละจุดอาจดูไม่รุนแรงเมื่อพิจารณาแยกกัน ทว่าเมื่อรวมกันแล้วกลับสร้าง environment ที่ attacker สามารถใช้ประโยชน์ได้ง่าย daily cyber hygiene จึงมีหน้าที่ลดการสะสมของความเสี่ยงเหล่านี้ ด้วยการรักษาวินัยอย่างต่อเนื่องในการจัดการ system, identity และ data ทุกวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเล็ก ๆ พัฒนาไปสู่ major security incident Daily Cyber Hygiene มากกว่านโยบายและเครื่องมือ หลายองค์กรมี cybersecurity policy และ security technology อยู่แล้ว แต่ daily cyber hygiene เน้นที่ “การปฏิบัติจริง” ว่านโยบายและเครื่องมือเหล่านั้นถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพใน operational environment หรือไม่ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า security control ได้รับการดูแล ทบทวน และบังคับใช้อย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งองค์กรหรือไม่ หากขาดความใส่ใจในแต่ละวัน แม้แต่ security architecture ที่ออกแบบมาอย่างดีก็อาจอ่อนแอลงเมื่อ environment มีการเปลี่ยนแปลงและขยายตัว พื้นที่สำคัญที่ Daily
เมื่อองค์กรเดินหน้าสู่การ digitize การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง data ได้กลายเป็นหนึ่งใน business asset ที่มีมูลค่าสูงที่สุด ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลทางการเงิน intellectual property และข้อมูลด้านการดำเนินงาน ต่างถูกส่งผ่าน cloud platform, remote endpoint และ third-party
เมื่อขอบเขตของ network แบบดั้งเดิมค่อย ๆ เลือนหายไป zero trust security จึงกลายเป็นแนวทางที่มีโครงสร้างชัดเจนในการควบคุมการเข้าถึงและลด cyber risk การทำงานแบบ remote work, การใช้ cloud, การเชื่อมต่อกับ third-party และการเข้าถึงผ่าน mobile
การโจมตีแบบ phishing ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องที่สังเกตได้ง่ายเหมือนในอดีตอีกต่อไป จากเดิมที่มักเต็มไปด้วยไวยากรณ์ผิดพลาด ข้อความทั่วไป และลิงก์ที่ดูน่าสงสัย วันนี้ผู้โจมตีได้นำ AI มาใช้สร้างข้อความที่ดูเป็นธรรมชาติ ตรงบริบท และเร่งด่วนราวกับมาจากมนุษย์จริง ๆ ส่งผลให้ AI-powered phishing กลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่เติบโตเร็วที่สุดสำหรับทั้งบุคคลและองค์กร การเข้าใจรูปแบบการทำงานของการโจมตีเหล่านี้คือก้าวแรก แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรู้วิธีป้องกัน Cybersecurity tips
ในแต่ละวัน ผู้คนส่งข้อความ แชร์ไฟล์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญผ่านช่องทางออนไลน์อยู่ตลอดเวลา โดยแทบไม่ได้นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ตั้งแต่การสนทนาส่วนตัวไปจนถึงการสื่อสารทางธุรกิจ ข้อมูลเหล่านี้ต้องเดินทางผ่าน network ที่ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป ความจริงข้อนี้จึงก่อให้เกิดคำถามสำคัญว่า ข้อมูลจะยังคงเป็นส่วนตัวได้อย่างไรในขณะที่ถูกส่งผ่าน internet นี่คือจุดที่ end-to-end encryption มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง การทำความเข้าใจ end-to-end encryption ช่วยให้ทั้งบุคคลและองค์กรสามารถประเมินได้ดีขึ้นว่าข้อมูลของตนได้รับการปกป้องอย่างไร
Cyberattack ในปัจจุบันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการโจมตีทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หลายเหตุการณ์รั่วไหลของข้อมูลที่ประสบความสำเร็จ เริ่มต้นจากสิ่งที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก นั่นคือ “เรื่องราวที่น่าเชื่อถือ” Pretexting ใน cybersecurity หมายถึงการโจมตีที่ threat actor สร้างสถานการณ์หรือ “pretext” ขึ้นมา เพื่อหลอกล่อให้บุคคลเปิดเผยข้อมูลสำคัญหรือมอบสิทธิ์การเข้าถึงให้ โดยไม่จำเป็นต้องเจาะระบบ แต่ใช้การเอาเปรียบความไว้วางใจของมนุษย์แทน เมื่อองค์กรเสริมความแข็งแกร่งให้กับการป้องกันด้านเทคนิคมากขึ้น ผู้โจมตีก็หันมาโฟกัสที่ “คน”
Cybersecurity ได้ก้าวข้ามยุคของ basic firewall และ signature-based detection ไปแล้ว สำหรับผู้เชี่ยวชาญ ความท้าทายในปัจจุบันไม่ใช่การทำความเข้าใจ threat แต่คือการก้าวให้ทัน adversary ที่รวดเร็วกว่า ใช้ automation และปรับกลยุทธ์ได้อย่างชาญฉลาด เมื่อองค์กรนำ cloud-native architecture,
Cybersecurity มักฟังดูเป็นเรื่องน่ากลัว เต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคและระบบที่ซับซ้อนจนดูไกลตัวสำหรับผู้ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ในโลกที่เชื่อมต่อกันตลอดเวลาในปัจจุบัน cybersecurity ไม่ใช่แค่เรื่องของฝ่าย IT อีกต่อไป มันคือทักษะดิจิทัลพื้นฐานที่ทุกคนควรมี ตั้งแต่การใช้งาน email และ cloud applications ไปจนถึงการจัดการ online accounts และ business data
สนามรบของ cybersecurity กำลังพัฒนาเร็วกว่าที่ทีมงานแบบ manual จะตามให้ทัน ผู้โจมตีกำลังใช้การ automation เพิ่มขนาดการโจมตี และซ่อนรูปแบบภัยคุกคามด้วยความซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่หลายองค์กรยังคงพึ่งพากระบวนการรักษาความปลอดภัยที่สร้างขึ้นสำหรับยุคที่เดินช้ากว่านี้ นี่คือจุดที่ cybersecurity with AI ไม่ได้เป็นแค่การอัปเกรดทางเทคนิคอีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็น “รากฐานใหม่” ของการป้องกันสมัยใหม่ ในหลายอุตสาหกรรม AI กำลังเข้ามาปรับวิธีที่องค์กรตรวจจับ ตอบสนอง และคาดการณ์การโจมตีไซเบอร์อย่างเงียบ ๆ จากเดิมที่การทำงานเป็นแบบ reactive องค์กรสามารถเปลี่ยนมาใช้ระบบอัจฉริยะที่เรียนรู้จาก pattern ปรับตัวเข้ากับความเสี่ยงใหม่ ๆ และตัดสินใจได้แบบ real time ทำไม AI จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของ Cybersecurity ในวันนี้ โมเดล cybersecurity แบบดั้งเดิมยังคงพึ่งพาการเฝ้าระวังของมนุษย์ การตรวจจับตาม rule-based และการสืบสวนแบบ manual แต่เมื่อเผชิญกับปริมาณ ความเร็ว และความซับซ้อนของภัยคุกคามยุคปัจจุบัน วิธีเหล่านี้ไม่สามารถ scale ได้อีกต่อไป AI เข้ามาเป็นคำตอบที่สร้างขึ้นบนความเร็ว automation และการวิเคราะห์แบบ real-time ทำให้องค์กรก้าวนำหน้าแทนที่จะตกอยู่ในภาวะไล่ตาม AI ช่วยเสริมศักยภาพของ Cybersecurity อย่างไร ก่อนลงลึกในความสามารถแต่ละด้าน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจข้อได้เปรียบหลักของ AI: มันทำงานต่อเนื่อง เรียนรู้พฤติกรรมใหม่ ๆ และไม่เคยเหนื่อย ทำให้เหมาะกับการตรวจจับความผิดปกติที่มนุษย์อาจมองข้ามได้ สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนนำ AI มาใช้ใน Cybersecurity การผสาน AI เข้ากับ cybersecurity ไม่ใช่การติดตั้งเครื่องมือใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ต้องปรับทั้งทีม กระบวนการ และโครงสร้างพื้นฐาน แม้ AI จะช่วยยกระดับการตรวจจับ การตอบสนอง และการคาดการณ์ แต่หากไม่วางแผนอย่างรอบคอบก็อาจสร้าง blind spots แทนที่จะกำจัดมัน ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา: สร้างอนาคตที่มนุษย์และ AI ทำงานร่วมกันใน Cybersecurity AI ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแทนที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน cybersecurity แต่เพื่อเสริมพลังให้พวกเขา เมื่อมนุษย์และระบบ AI ทำงานร่วมกัน องค์กรจะได้ visibility ความแม่นยำ และความเร็วที่มนุษย์เพียงลำพังไม่สามารถให้ได้ อนาคตของ cybersecurity จะไม่ใช่การตอบสนองแบบ reactive อีกต่อไป แต่จะเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า (predictive) เมื่อภัยคุกคามพัฒนา AI ก็จะพัฒนาตาม ทำให้ระบบป้องกันชาญฉลาดขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และพร้อมรับมืออยู่เสมอ ความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะกลายเป็นฐานสำคัญของ digital resilience ที่ Terrabyte เราช่วยองค์กรบูรณาการโซลูชัน AI-powered cybersecurity เพื่อยกระดับการตรวจจับ ลดความซับซ้อนของการตอบสนอง และสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาว